อิตาเลียนไทย(1)

ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทอิตาเลียนไทย กับโครงการทวาย มีความหมายสำคัญ ทั้งจากมุมมองกว้าง เชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจภูมิภาคกำลังเริ่มต้นพยายามทำงานอย่างเป็นระบบใหญ่มากขึ้น  สู่พัฒนาการและบทบาทธุรกิจไทยสำคัญ ทีมีความสัมพันธ์กับความเป็นไปของสังคมไทยซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย

 

 

“บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ได้จดทะเบียนโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2554 และดำเนินกิจการบริหารโครงการทวาย โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ได้รับสิทธิ์จากรัฐบาลพม่าในการพัฒนาพื้นที่บริเวณ 205 ตร.กม. ในทวาย ภายใต้การลงนามขอบข่ายข้อตกลงระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย และการท่าเรือแห่งสหภาพพม่า”

ข้อมูลสำคัญบางตอนของบริษัทเอง(  http://daweidevelopment.com/ )  ถือว่าเป็นความพยายามเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น ผู้คนซึ่งสนใจอ่านและวิพากษ์วิจารณ์โครงการนี้  จำเป็นต้องอ่านทั้งหมดอย่างละเอียด  แม้ว่าข้อมูลทางการชุดนี้ ทำขึ้นเพื่อเปิดเผยต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในฐานะบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน )เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และโครงการทวาย มีความสำคัญในฐานะไม่เพียงผู้รับเหมาก่อสร้างได้งานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา   หากเป็นโครงการที่จะต้องพยายามทำงานด้านการตลาดอย่างเข้มข้น จริงจัง และกว้างขวาง แสวงหาลูกค้าจากต่างประเทศจำนวนมาก  เข้ามาลงทุนในโครงการนี้

มองจากพัฒนาการของธุรกิจไทย  เรื่องราวอิตาเลียนไทย นับว่ามีสีสันและตำนานต่อเนืองอย่างน่าสนใจทีเดียว

 

จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขยายสู่กิจการอื่นๆที่เกี่ยวข้องมากมายในช่วง 3ทศวรรษแรก จนมาถึงบทบาทในฐานะเป็นเจ้าของสัมปทานโครงการขนาดใหญ่ในพม่าซึ่งมีอายุถึง75 ปี เป็นพัฒนาการของความพยายามผสมผสานโมเดลธุรกิจ จากธุรกิจที่มีรายได้ผันแปรไปตามโครางการระยะสั้นต่างๆเป็นหลัก สู่การแสวงหารายได้ต่อเนื่องในระยะยาว

โครงการทวาย( Dawei  Project) ไม่ใช่โครงการใหญ่โครงการแรกของความพยายามยุคใหม่   ก่อนหน้านี้บริษัท อิตาเลียนไทย มีโครงการต่อเนื่องมาแล้ว หลายโครงการ แม้ไม่ใหญ่เท่าก็ตาม

โครงการพัฒนาแหล่งแร่ที่จังหวัดอุดรธานี   โดยค้นพบว่ามีปริมาณแร่โพแทชถึง 1 พันล้านตัน ในนามบริษัทเอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น  ถือเป้นความพยายามดำเนินโครงการระยะยาวที่เริ่มต้นสำรวจตั้งแต่ปี2538 เป็นโครงการที่มีต้นทุนอย่างมาก ทั้งการลงทุนทางตรง และต้นทุนการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและชุมชน     เมื่อปี2548 เข้าซื้อกิจการก่อสร้างขนาดใหญ่ในประเทศอินเดีย  สุดท้ายเปลี่ยนชื่อเป็น ITD Cementation India   มาจากรากฐานกิจการก่อสร้างเก่าแก่ของอังกฤษที่เปลี่ยนมือมาอีกสองครั้งก่อนมาถึงปัจจุบัน   การดำเนินธุรกิจก่อสร้างในอินเดียดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ได้รับงานสำคัญจำนวนไม่น้อยเช่นกัน  จนมาถึงโครงการสร้างทางด่วนยกระดับที่เมืองหลวง บังคลาเทศ  เป็นระบบสัมปทาน25 ปี ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับได้รับสัมปทานโครงการทวายจากรัฐบาลพม่า

จากธุรกิจที่เริ่มต้นตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในช่วงการพัฒนาสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ครั้งแรกของรัฐบาลกรุงเทพฯสมัยใหม่ บริษัทอิตาเลียนไทยผ่านการทำงานในสถานการณ์ผันแปร หลายช่วง เริ่มด้วยการแข่งขันอย่างหนักกับธุรกิจก่อสร้างระดับโลก  จนต้องเปลี่ยนยุทธ์ศาสตร์เป็นหุ้นส่วน และร่วมมือ แทนการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย   รวมทั้งมีความพยายามออกสู่ตลาดต่างประเทศ  ขณะเดียวกันเผชิญปัญหาและวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจหลายครั้ง รวมทั้งครั้งร้ายแรงในปี 2540 ด้วย   จนต้องปรับโครงสร้างหนี้ หลังจากนั้นไม่นานสังคมไทยก็เผชิญปัญหาทางการเมืองอย่างต่อเนื่องอีก

“ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อเนื่องต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็คของภาครัฐ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการรอบปีที่ผ่านมา ต้องยกเลิกและชะลอโครงการออกไป และในช่วงปลายปีที่มีอุบัติเหตุทางการเมือง จนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างรุนแรง ยิ่งส่งผลให้โครงการต่างๆของภาครัฐต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งอีกครั้ง “อ้างมาจากรายงานประจำปี 2549 ของบริษัทอิตาเลียนไทย สะท้อนความรู้สึกว่าด้วยผลกระทบต่อธุรกิจ   อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากการรัฐประหารในปลายปี 2549

แม้ว่าบริษัทอิตาเลียนไทย  จะก้าวขึ้นสู่กิจการที่รายได้มากกว่าสองหมื่นล้านบาท  ถือว่าเป็นธุรกิจใหญ่ในสังคมไทยแล้ว  แต่เผชิญปัญหาของการประกอบการต่อเนื่อง(โปรดดูข้อมูลตอนท้ายเรื่อง)  นี่อาจมองเป็นแรงบีบคั้น ในความพยายามครั้งใหญ่  ด้วยแรงบันดาลใจที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงมากขึ้นด้วย  แต่โดยธรรมชาติธุรกิจก่อสร้างที่ว่ากันว่า ต้องใช้เส้นสายผู้อำนาจนั้น โดยเนื้อแท้ คือความพยายามวิเคราะห์ แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลง ทั้งอำนาจ โครงสร้าง สังคมที่กว้างขึ้นกว่าอดีต กว้างกว่าสังคมไทย

เรื่องราวของอิตาเลียนไทย เริ่มต้นเมือเกือบ 60 ปีที่แล้ว   ผมเองเคยนำเสนออย่างเป็นเรื่องราว เมื่อปี 2529 ด้วยบทสนทนาหลักของผู้ก้อตั้ง-นายแพทย์ชัยยุทธ์ กรรณสูตร บทความชิ้นนั้น ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลอ้างอิงของเรื่องราวอิตาเลียนไทยต่อจากนั้น (หากผู้อ่านสนใจอ่านงานคลาสสิกชิ้นนั้น ผมจะเรียงเรียงและปรับปรุง— ARCHIVE–น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต กับอิตัลไทยกรุ๊ป )

“วันที่ 16 เมษายน 2521 วันที่เปิดตึก 16 ชั้น บ้านใหญ่อิตัลไทยกรุ๊ป บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ อันแสดงถึงความก้าวหน้าและมั่นคงของกรุ๊ปนั้น จีออร์จีโอ แบร์ลิงเจียรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ถึงความสำเร็จของอิตัลไทยกรุ๊ปว่า มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ หนึ่ง-มิตรภาพที่จริงใจและจริงจังระหว่างเขากับนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ในฐานะผู้ก่อตั้ง สอง-การพัฒนาอย่างแข็งขันของประเทศไทยที่สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และได้รับผลสำเร็จไม่น้อย สาม-ทีมทำงานของอิตัลไทยกรุ๊ป ที่อุทิศตัวซื่อสัตย์ และทุ่มเททำงานหนัก

นับแต่ปี 2489 จนถึงปี 2521 หรือห้วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่หมอชัยยุทธ-แบร์ลิงเจียรี ทุ่มโถมกำลังกาย สมอง และทรัพย์ ผ่านอุปสรรคขวากหนามถึงทางสะดวกแล้ว เมื่อปี 2521 อิตัลไทยจึงเป็นกลุ่มธุรกิจไทยกลุ่มหนึ่งที่เปิดตัวออกมาอย่างน่าเกรงขาม และดูเหมือนจะมีความพร้อมทุกด้าน

อิตัลไทยเป็นธุรกิจกลุ่มใหญ่ที่มีกิจการ 5 สาขาหลัก หนึ่ง-การค้า-สอง-ก่อสร้าง สาม-โรงงานอุตสาหกรรม สี่-โรงแรมและธุรกิจที่ดิน และห้า-ธุรกิจหนังสือพิมพ์ ทุกวันนี้อิตัลไทยก็ยังคงฐานะธุรกิจแขนงต่างๆ เหล่านี้ไว้ โดยที่พยายามขยายขนาดเพิ่มขึ้นๆ อย่างไม่หยุดยั้ง “คัดและตัดตอนบางส่วนจากเรื่อง นายแพทย์ชัยยุทธ์ กรรณสูต    เรื่องโดยวิรัตน์ แสงทองคำ    มิถุนายน 2529

ในตอนนั้นบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ถือว่าอยู่ในกลุ่มธุรกิจ—กลุ่มอิตัลไทย   โดยถือว่าบริษัทอิตาเลี่ยนไทย เป็นกิจการทีทำรายได้มากที่สุดแล้ว เมื่อบริษัทอิตาเลียนไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยในปี2537 บทบาทที่แยกกันระหว่างอิตาเลียนไทยกับกลุ่มอิตัลไทยเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น และหลังจากการถึงแก่กรรมของนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ในปลายปี 2547ช่องว่างระหว่างกิจการทั้งสอง ดูเหมือนมีมากขึ้นไปอีก

“บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2498 เป็นบริษัทแรกของ กลุ่มบริษัทฯ ในเครืออิตัลไทย  เพื่อรับผิดชอบสายงานธุรกิจการค้าอิตัลไทยอุตสาหกรรม เป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ นอกจากนั้นยังได้พัฒนาผลิตสินค้าที่มี คุณภาพสูงภายใต้ตรายี่ห้อของบริษัทฯ เอง เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปตลาดต่างประเทศด้วย โดยมีเครือข่ายการขาย และบริการทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย 4 สำนักงาน และ 5 สาขากลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ แบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจการค้า :กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม  กลุ่มธุรกิจพลังงานและการขนส่ง กลุ่มธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง  กลุ่มธุรกิจแมชินเนอรี่ โซลูชั่น”  นี่คือบทบาทของอีกกิจการหนึ่ง (http://www.italthai.co.th ) ต้องถือว่าเป็นมรดกของนายแพทย์ชัยยุทธ กรรญสูตกับจีออร์จีโอ แบร์ลิงเจียรี   แม้ว่าบริษัททั้งสองมีความสัมพันธ์ทั้งผู้ถือหุ้นและกรรมการ แต่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  คือ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ขยายกิจการเติบโตมากขึ้นๆ ขณะทีอิตัลไทยอุตสาหกรรมพยายามรักษาฐานะเดิมเอาไว้ แต่ดูเหมือนจะลดบทบาทในสังคมธุรกิจไปพอสมควร

เป็นทีทราบกันดีดว่าบริษัทอิตาเลียนไทย ถือหุ้นใหญ่และบริหารโดยบุตรชายคนเดียวที่เหลือยู่ –เปรมชัย กรรณสูต ส่วนอิตัลไทยอุตสาหกรรม ถือหุ้นใหญ่และบริหารโดยบุตรสาวคนสำคัญ –นิจพร จรณะจิตร์        โดยกิจการหลัง นำเสนอเรื่องราวสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไป พิจารณาจากข้อมูลในWebsite ให้ความสำคัญกับอดีตประธานกรรมการบริหาร — อดิศร จรณะจิตต์ มากเป็นพิเศษ ขณะที่อิตาเลียนไทยยังกล่าวถึงนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต กับจีออร์จีโอ แบร์ลิงเจียรี

อดิศร จรณะจิตต์   เป็นสามีของนิจพร   ถือเป็นบุตรเขยที่เอาการเอางานมากคนหนึ่ง ของนายแพทย์ชัยยุทธ์ กรรณสูต เริ่มต้นชีวิตอย่างบุคคลธรรมดา สามารถมีโอกาสแสดงฝีมืออย่างเต็มที จากการเป็นบุตรเขยของนายแพทย์ชัยยุทธ  แต่น่าเสียดายเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปี2546 เพียงปีเดียวก่อนนายแพทย์ชัยยุทธ จะถึงแก่กรรม

เรื่องราวสะเทือนใจ เกี่ยวกับการจากไปของบุตรเขย และตัวนายแพทย์ชัยยุทธ   ในช่วงสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่ออิตาเลียนไทย  ในช่วงการฟื้นฟูให้พ้นจากวิกฤติการณ์   เป็นเหตุการณ์มีร่องรอยทำนองเดียวกันเคยเกิดขึ้นในอดีตมาครั้งหนึ่ง  เรื่องราวเช่นว่าไม่เพียงสะท้อนเรื่องชีวิตผู้คนในสังคมธุรกิจเท่านั้น ยังเชื่อมโยงกับยุทธ์ศาสตร์ธุรกิจอันผันแปร ด้วย

 

 

ข้อมูลทางการเงินสำคัญ(ล้านบาท)

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน )

 

 

ปี            2553        2552       2551      2550      2549      2548       2547

 

รายได้  39,140     41,455    43,699   46,512   40,459   38,995     31,037

 

 กำไร       298       (1,774)    (2,656)   1,011   (2,146)    1,262       1,218

 

 

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s