สหพัฒน์มีอะไรใหม่(2)

ร้านค้าปลีกสไตล์ญี่ปุ่น Tsuruha shop กำลังจะเปิดที่ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ซึ่งถือว่าเป็น Japan town แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ผมคิดว่า มีความจำเป็นต้องขยายความแนวคิดจากตอนที่แล้วให้กระจ่างขึ้น   ด้วยบทสรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า กลุ่มสหพัฒน์ในยุคบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ยังเป็นเช่นที่ผ่านมาในช่วง3-4 ทศวรรษอย่างคงเส้นคงวา เพียงแต่อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แตกต่างจากเดิมอย่างมากมาย

บุณยสิทธิ์  โชควัฒนา(2480-ปัจจุบัน) อายุและประสบการณ์ของเขาเทียบเคียงได้กับ ธนินทร์ เจียรวนนท์ แห่งซีพี ในฐานะผู้มีบทบาทในการบริหารและสร้างอาณาจักรธุรกิจในช่วงเวลาเดียวกัน อยู่ในวงจรการพัฒนา และเผชิญความยุ่งยากทางธุรกิจเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าบุณยสิทธิ์ มีบิดาเป็นพี้เลียงในช่วงสำคัญ

เทียมกับบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา สามารถสร้างความต่อเนื่องอย่างมหัศจรรย์  เป็นภาพสะท้อนพัฒนาการธุรกิจคอนซูเมอร์ในประเทศไทย  หรืออาจกล่าวได้ว่า นี่คือ บทบาทสำคัญคนสองรุ่น ในบริบทเฉพาะธุรกิจคอนซูเมอร์มีพลวัตรสูง ในสังคมไทยเมื่อ  3-4 ทศวรรษที่แล้ว

งานของบุณยสิทธิ์ในอดีต  มีความหมายและบทบาทสำคัญ ในการอาณาจักรธุรกิจกลุ่มสหพัฒน์ปัจจุบัน  ด้วยการก้าวเข้าสู่พรมแดนใหม่ทางธุรกิจ   นั่นคือรากฐานการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ที่มีวงจรครบถ้วน กระบวนการต่อเนื่อง  และมีมาตรฐาน  สู่รากฐานการผลิตสินค้าคอนซูเมอร์  ถือเป็นการวางรากฐาน และห่วงโซ่คุณค่าใหม่ เป็นการสร้างธุรกิจที่ทรงพลัง   ในช่วงสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติสาสตร์สังคมธุรกิจไทย  เพื่อตอบสนองความต้องการ และความเป็นไปตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยได้อย่างลงตัวอย่างยิ่ง

เหตุการณ์สำคัญที่กล่าวไว้ในตอนที่แล้ว(  สหพัฒน์มีอะไรใหม่ ) ดูเหมือนเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของกลุ่มสหพัฒน์ มีร่องรอยคล้ายๆกับการเริ่มต้นธุรกิจสำคัญๆยุคต้นของบุณยสิทธิ์

นั่นคือ การก่อตั้งบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มชาญอิสระ(ตามสูตร 50/50) เข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครั้งสำคัญ

กับการร่วมลงทุนกับ Tsuruha Holdings Inc (49%) แห่งญี่ปุ่น เพื่อเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายร้านค้าปลีกอย่างจริงจัง เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ และเสริมความงาม รวมทั้งผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ผลิตโดยเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มสหพัฒน์

ดูเผินๆอาจเป็นเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน

ปี 2510 กลุ่มสหพัฒน์ร่วมทุนกับ Lion Fat and Oil Co., Ltd (ปัจจุบันคือ Lion Corporation) เพื่อผลิตผงซักฟอก และแชมพู เพื่อทดแทนการนำเข้า และในปี2513 ได้ร่วมทุนกับ Wacoal Corp. จากญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน เป็นการเริ่มต้นในฐานะผู้ผลิตสินค้าชุดชั้นในสตรีในระดับอุตสาหกรรม เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

แต่แท้จริงแล้ว มีบริบทที่แตกต่างกันอย่างมาก

เมื่อช่วง3-4 ทศวรรษที่แล้ว สังคมไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่กระแสของโลกสมัยใหม่ ด้วยความพยายามดำเนินตามวิถีชีวิตสมัยใหม่แบบตะวันตก กำลังขยายตัวจากเมืองหลวงสู่หัวเมือง   Unilever (UK/Netherlands) และ Colgate-Palmolive (US) เป็นผู้บุกเบิก ในฐานะผลิตสินค้าคอนซูเมอร์สมัยใหม่   โดยสหพัฒน์ได้อาศัยโมเมนตัมนั้น เดินตามอย่างกระชิ้นชิด และพยายามก้าวไปข้างหน้า ด้วยการทะลวงตลาดระดับหัวเมืองอย่างจริงจัง

ยุทธ์ศาสตร์ใหม่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างยิ่งในเวลานั้น   ในบางกรณีมาจากบทบาทสหพัฒน์เป็นสำคัญ บางกรณีเป็นชิ้นส่วนของความพยายามของธุรกิจญี่ปุ่นด้วย

Lion Corporation เป็นผู้นำสินค้าคอนซูเมอร์ (Household products) สู่ตลาดอย่างครบวงจร   ได้พัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นหรือ Local brand   โดยเฉพาะผงซักฟอก “เปาบุ้นจิ้น” หรือ “เปา” (ในประเทศไทย) และ เป็นฐานการผลิตสินค้าแบรนด์ระดับโลกหรือ Global brandเช่น Systema, Shokubutsu-Monogatari

Lion ญี่ปุ่น ก่อตั้งมากว่าร้อยปี การร่วมทุนกับสหพัฒน์ ถือเป็นการลงทุนต่างประเทศครั้งแรก การชักนำ Lion มาเป็นฐานธุรกิจคอนซูเมอร์ ในประเทศไทยเป็นยุทธ์ศาสตร์สำคัญมากของการสร้างกลุ่มสหพัฒน์ โดยอาจถือเป็นบทเรียนสำคัญของ Lion ในการขยายสู่ภูมิภาคเอเชีย ในช่วง15 ปีต่อมา

ส่วน Wacoal เป็นสินค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในสังคมญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในช่วงเป็นอิสระความพ่ายแพ้สงครามโลก   จากนั้นเพียง 20 ปี ขยายตัวออกต่างประเทศ   การร่วมทุนกับสหพัฒน์ในเมืองไทยเกิดขึ้นพร้อมๆกับที่ไต้หวันและ เกาหลีใต้ ถือเป็นการขยายตัวออกนอกประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก

Wacoal ขยายกิจการจากเอเชียไปสู่ตะวันตก รวมทั้งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก สำหรับสหพัฒน์ Wacoal นับเป็นกลุ่มแบรนด์สำคัญ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ กลุ่มใหม่—ผู้หญิง สอดคล้องกับกระแสโลกอย่างมหัศจรรย์

เมื่อเปรียบเทียบกับการเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว ถือเป็นเพียงโอกาสทางธุรกิจที่ไม่ซับซ้อน  ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูงเป็นปกติ   มีผู้นำตลาด  ผู้ยึดครองตลาดอย่างเหนียวแน่นทุกเซ็กเมนต์  กลุ่มสหพัฒน์เองคงไม่ได้มองว่าเป็นธุรกิจใหม่อย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นเพียงสิ่งที่ควรดำเนินในช่วงยังกำลังแสวงหาโอกาสใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าอยู่

ส่วนการเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย ด้วยความร่วมมือธุรกิจญี่ปุ่น มีความสำคัญขึ้นอีกระดับหนึ่ง ในฐานะที่กำลังสร้างเครือข่ายค้าปลีกอยู่แล้ว ด้วยเครือข่ายร้านค้าขนาดเล็ก— 108shop ที่เติบโตอย่างช้าๆและยังไม่มีอิทธิพล (Impact) ต่อกลุ่มสหพัฒน์โดยรวมในเร็ววัน การร่วมมือครั้งใหม่กับTsuruha ไม่ถือว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ หากเป็นการเพิ่มเติมเครือข่าย ด้วยการสร้างแรงเสริม

แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามสู่ธุรกิจค้าปลีกอย่างจริงจัง ถือเป็นความพยายามใหม่ในภาพรวมระดับหนึ่งก็ว่าได้  ด้วยการฝ่าข้ามกำแพงธุรกิจเดิม  มุ่งมองไปสู่การสร้าง Value chain ให้เพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่แน่ใจนักว่าจะมีพลังมากน้อยเพียงใดในการสร้างแรงเหวี่ยงไปข้างหน้า

แต่ที่แน่ๆ ธุรกิจเครือข่ายค้าปลีกของไทย  เต็มไปด้วยผู้แข่งขันที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

แนวทางค่อนข่างอนุรักษ์นิยม ค่อยๆสร้างเครือข่ายหรือโยงใยธุรกิจประหนึ่ง การทยอยสร้างเครือข่ายร้านกาแฟเล็กๆ  อาจได้ผลดีในช่วง3-4 ทศวรรษที่แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์และอิทธิพลทางธุรกิจ ทีมีการเปลี่ยนแปลง และขยายตัวไปอย่างช้าๆ เมื่อเปรียบกับปัจจุบัน   เช่นเดียวกันการสร้างและต่อขยายอาณาจักรด้วยชิ้นส่วนเล็กๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้โครงสร้างและโยงใยขนาดเล็กอันซับซ้อนและมากมาย ย่อมไม่อาจคาดหวังการเปลี่ยนแปลงหรือพลิกโฉมหน้าธุรกิจ เข้าสู่สถานการณ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างหรือระบบเดิม (Legacy) เป็นแรงเฉื่อยที่สำคัญ   และดูเหมือนโครงสร้างธุรกิจกลุ่มสหพัฒน์จะมีบุคลิกเช่นนี้ อย่างเต็มรูปแบบเสียด้วย

โมเดลการร่วมทุนกับผู้ร่วมทุนที่มีโนวฮาว มีแบรนด์  เป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่า ผลสุดท้ายเมื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปออกมาสู่ตลาดแล้ว มาร์จิ้นทางธุรกิจ(ส่วนต่างกำไร)ย่อมไม่สูง   ผู้ร่วมทุนอีกฝ่าย(ฝ่ายไม่มีแบรนด์  ไม่มีโนฮาว)จึงมักมีความพยามสองด้าน  ซึ่งมิใช่ทางเลือกที่ดีนักในปัจจุบัน หนึ่ง-ขยายตลาดให้มีฐานกว้าง  สอง- พึ่งพิงการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะแรงงานราคาถูก  บทเรียนสุดขั้วของกลุ่มสหพัฒน์เคยมีมาแล้ว ในกรณีรับจ้างผลิตรองเท้าแบรนด์ระดับโลก

ผมกำลังคิดว่า บางที่ปรากฏการณ์ย่อยๆ  และฉาบฉวย ของกลุ่มสหพัฒน์เวลานี้ อาจจะเป็นสัญญาณด้านตรงข้าม ของการปรับตัวครั้งใหญ่ การคิดใหญ่(Think big) และการสร้างสรรค์ใหม่ (New Breakthrough) ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ในฐานะผู้ตามที่ดี ผมเฝ้าดูและให้กำลังใจ

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s