บทเรียนทั่วไป

ในช่วงปีที่ผ่านมา  พื้นที่ตรงนี้กล่าวถึงความเคลื่อนไหวสำคัญๆธุรกิจใหญ่ของไทยอย่างต่อเนื่อง

คงไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนบทบาทหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าผู้อ่านอยู่ในเมืองใหญ่ และมีความสัมพันธ์กับธุรกิจใหญ่มากเป็นพิเศษ  หากให้ภาพรวมและทิศทางความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจด้วย   หากนำภาพแต่ละชิ้นส่วนสำคัญมาปะติดปะต่อ ย่อมให้ภาพการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ถือเป็นบทเรียนทั่วไปของสังคมธุรกิจไทย

ทีซีซี

จากBlogของผม ผู้อ่านให้ความสนใจกรณี Pepsi Co. กับเสริมสุขมากเป็นพิเศษ  เป็นจุดเริ่มต้นไปถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยเจริญหรือทีซีซี ต่อเนื่องไปสู่ความเข้าใจในความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ใหญ่  เข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีอัลกอร์ฮอลอย่างเป็นกระบวนและขยายจินตนาการออกสู่ระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง

เมื่อเดือนกรกฎาคม2555  ไทยเบฟฯ(บริษัทแกนของกลุ่มทีซีซีที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์)ได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 24% ของ Fraser and Neave แห่งสิงคโปร์   ถือเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่ด้วยมูลค่าเกือบหนึ่งแสนล้านบาท ต่อมา(ตุลาคม 2555)ไทยเบฟฯ และตัวแทน สามารถครองครองหุ้นได้เพิ่มเป็น 32% แม้ว่าการเข้าครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

Fraser and Neave หรือ F&N ธุรกิจเกาแก่ของสิงคโปร์ กิจการรายใหญ่ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับกลุ่มไทยเจริญหรือทีซีซี และมีอีกบางสิ่งบางอย่างที่ไทยเบฟฯอยากจะเป็น    F&N มีธุรกิจที่สำคัญอย่างน้อยสองประเภท เหมือนกลุ่มทีซีซี คือ เบียร์(ต่อมาขายให้Heineken) และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่มีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เข้มแข็งมากกว่าที่ไทยเบฟฯมี

F&N ในฐานะธุรกิจระดับภูมิภาค   มากด้วยประสบการณ์และบทเรียน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้ขยายฐานธุรกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันสร้างความสัมพันธ์ และมีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจระดับโลกทีเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคด้วย

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญถือเดิมพันครั้งใหญ่ของไทยเบฟฯ กลุ่มทีซีซี และเจริญ สิริวัฒนภักดี   เชื่อว่ามีมติเกี่ยวข้องกับอนาคตธุรกิจไทยด้วย

—เป็นการตัดสินใจอย่างห้าวหาญของผู้ประกอบการไทย  ก้าวพ้นจากธุรกิจสัมปทานในระบบอุปถัมภ์รายสุดท้าย จากธุรกิจที่มีการแข่งขันน้อยรายในธุรกิจเครื่องดื่มอัลกอรฮอล์ในสังคมไทย   และแล้วก้าวไปอีกขั้นสู่ธุรกิจระดับภูมิภาค   แม้ว่ายุทธ์ศาสตรใหม่มิได้จากแรงบันดาลใจอย่างเดียว  หากมาจากแรงบีบคั้นของสถานการณ์ใหม่ด้วย

–ขยายอาณาจักรธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และสู่กิจการที่มีความต่อเนื่องอย่างหลากหลาย เป็นการจัดการPortfolioอย่างสมดุล และกระจายความเสี่ยง

—แสวงหาโอกาสที่มากกว่าประเทศไทย   หากเข้าครอบงำ F&N สำเร็จ   ฐานธุรกิจของไทยเบฟฯในสิงคโปร์ จะกลายเป็นฐานธุรกิจใหม่ที่มีขนาดใหญ่เท่าๆ กับฐานในเมืองไทย  ถือเป็นการวางยุทธศาสตร์คู่ขนานอย่างน่าสนใจ

–เป็นบทเรียนของเตรียมตัวเข้าสู่เกมและโอกาสใหม่ของภูมิภาคที่กำลังหลอมรวมทางเศรษฐกิจมากขึ้นในไม่กี่ปีข้างหน้า  ถือเป็นหัวกระบวนของความเคลื่อนไหว ซึ่งเชื่อว่าจะมีมากขึ้นของธุรกิจใหญ่ของไทย  ในรูปแบบหลากหลายมากขึ้น  ซึ่งธุรกิจขนาดกลางและเล็กก็สามารถเรียนรู้เป็นบทเรียนอ้างอิงได้เช่นกัน

เอสซีจี

เครือซิเมนต์ไทยมีการลงทุนในระดับภูมิภาคมานานแล้ว  แม้ว่ามีปัญหาในช่วงวิกฤติการณ์ครั้งล่าสุดมากพอสมควร แต่เมื่อผ่านพ้น ค่อยๆขยายการลงทุนใหม่ ขยายเครือข่ายธุรกิจอีกครั้ง ดำเนินไปอย่างเป็นจังหวะ ดูเหมือนมิได้เร่งรีบนัก

แต่ดีลครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยปีที่แล้ว  ไม่ถือเป็นดีลใหญ่ หากควรให้สนใจเป็นพิเศษคือ  กรณีเอสซีจีเข้าถือหุ้นในเครือข่ายจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง—โกลบอลเฮาส์

“การลงทุนในกิจการ ศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ซึ่งมีไม่ถึง 20 สาขา ด้วยใช้เงินมากกว่า500 ล้านบาทต่อสาขา โดยเป็นเจ้าของเพียงเสี้ยวเดียว (ประมาณ30%)”

ปรากฏการณ์นี้มีความหมายมากทีเดียว

-เอสซีจีกำลังปรับเปลี่ยนยุทธ์ศาสตร์ธุรกิจที่ว่าด้วยความสัมพันธ์กับลูกค้า  หลังจากเชื่อมั่นระบบตัวแทนเดิม ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งในความเป็นผู้นำตลาดมามากกว่าสามทศวรรษ สู่โมเดลความหลากหลาย  ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างเดิม ระบบตัวแทนจำหน่ายเดิมพอสมควร

—มองตลาดภูมิภาค มุมมองที่เชื่องโยงกับAECอย่างเป็นจริง โดยขยายฐานจากภาคอีสานของไทยออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นแผนที่มีรายละเอียดลงลึก  จากมุมมองและข้อมูลที่ว่าด้วยการเติบโตและภูมิศาสตร์ของภาคอีสาน ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเติบโต —  โกลบอลเฮาส์เกิดขึ้นที่ภาคอีสานและมีเครือข่ายภาคอีสานมากที่สุด

–เป็นความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจศตวรรษกับธุรกิจโนเนมที่เกิดขึ้นเพียงทศวรรษเดียว   ถือเป็นความสัมพันธ์พิเศษครั้งแรกที่เกิดขึ้นในสังคมธุรกิจไทย โดยเฉพาะกับเอสซีจี  นอกจากนั้นยังสะท้อนโอกาสใหม่ของผู้คนหน้าใหม่ๆ   บทสรุปในข้อความท่อนเล็กๆนี้  ยังรวมถึงโอกาสใหม่ของนักลงทุนที่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆในระบบเศรษฐกิจที่เป็นจริง   ขยายตัวไปขอบเขตจากกรุงเทพฯสู่หัวเมืองในภูธร  และนักลงทุนในตลาดหุ้นอีกจำนวนไม่น้อย  เชื่อว่าจากปีนี้เป็นต้นไป โฉมหน้าของผู้คนเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นมากขึ้น  สร้างความงุนงงกับผู้ร่ำรวยเดิมมากขึ้น

ซีพี

ดีลครั้งใหญ่ในจีนแผ่นดินใหญ่  ด้วยเข้าถือหุ้นบางส่วนแทนHSBC ใน Ping An insurance      เป็นกรณี ควรพิจารณาด้วย มุมมองเกี่ยวกับซีพี่แตกต่างออกไป

มุมมองเดิมซีพีเข้าสู่ธุรกิจพื้นฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป สร้างเกษตรครบวงจร(เพื่อเป็นพื้นฐานส่าธุรกิจอาหาร)อย่างเป็นระบบตั้งแต่ 4 ทศวรรษแล้ว  จากนั้นจึงเข้าสู่ธุรกิจสื่อสารและมีเดียเพียงทศวรรษเศษๆมานี้  ถือเป็นเวลาใกล้เคียงกับธุรกิจค้าปลีก    โดยภาพรวมพัฒนาการของซีพี   มีจังหวะก้าวที่สอดคล้องกับความเป็นไปของสังคมไทย  จากนี้ซีพีกำลังจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง  ด้วยการสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่อย่างไม่เคยทำมาก่อน และเป็นการก้าวเข้าสู่อย่างรวบรัด

ซีพีได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนต่างชาติรายแรกๆที่เข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่ยุคใหม่  ซึ่งความจริงมีมากกว่านั้น ตำนานซีพีกับจีน มีมานานก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลก ว่าไปแล้วโอกาสที่เกิดขึ้นอย่างมากมายของซีพีต่อจากนั้น  ล้วนมีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนเจือปนอยู่

ซีพีมีธุรกิจในจีนอย่างเป็นปึกแผ่นมากที่สุด สำหรับกิจการในต่างประเทศ พิจารณาอย่างคร่าวๆ โครงสร้างและกลุ่มธุรกิจดูคล้ายๆกับเมืองไทย    ในบางช่วงบางเวลาที่มองโอกาสในเมืองไทยเป็นไปอย่างจำกัด ซีพีก็ทุ่มเทการลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่  เช่นเดียวกับเมื่อใดก็ตามที่โอกาสในเมืองไทยมีมากกว่าก็จะหันกลับมนทุ่มเทในเมืองไทย สถานการณ์ปัจจุบันเป็นไปตามกระสวนนี้อีกแล้วหรือ

แต่จากข้อเท็จจริงที่ซีพีถือหุ้นข้างน้อยอย่างมีน้ำหนัก ซึ่งไม่มีอำนาจในการบริหาร  มุทมองย่อมโน้มเอียงเพื่อการลงทุนที่มองโอกาสในจีนแผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกับนักลงทุนระดับโลกทั่วไป  โดยอ้างอิงเศรษฐกิจที่เติบโตในจีนอย่างต่อเนื่องมานับทศวรรษ  ที่สำคัญโอกาสอื่นๆของซีพีอาจมีมากกว่าที่คาดไว้ ในจีนแผ่นดินใหญ่ ในฐานะที่เป็นระบบเศรษฐกิจกำลังถูกคาดหมายว่ากำลังเป็นศูนย์กลางใหม่ของโลก

สายสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ของซีพี ได้ขยายจินตนาการไปมากกว่าเดิม   จากธุรกิจเกษตรครบวงจรกับผู้บริโภคชาวจีนที่กระจัดกระจายเป็นหย่อมๆในแผ่นดินอันกว้างใหญ่ จากธุรกิจค้าปลีกกับผู้บริโภคในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่จากนี้จะเป็นความสัมพันธ์กับผู้บริโภคชาวจีนที่เป็นกลุ่มก้อนและลงลึกมากที่สุด  อยู่ที่ว่าซีพีจะมีจินตนาการบรรเจิดเชื่อมโยงสายสัมพันธ์สู่ธุรกิจใหม่ ก็เท่านั้น

เบื้องต้นคิดง่ายๆ ในฐานะนักลงทุน ก็ถือว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่แล้ว

ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่  4 มกราคม2556

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s