กานต์ ตระกูลฮุน(5)

ตอนสุดท้ายของซีรีย์ชุด—กานต์ ตระกูลฮุน มุ่งพิเคราะห์แนวทางนวัตกรรม ที่เขาเป็นคนริเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง กับผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งต่อเอสซีจี

 

นวัตกรรม( Innovation) เป็นแนวทางสำคัญของบริษัทขนาดใหญ่ (ซีพี ก็มีงานนวัตกรรมประจำปี) ตามกระแสของกิจการระดับโลก อ้างอิงกับแนวทางที่เป็นอุดมคติ ว่าด้วยการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

นวัตกรรมของเอสซีจียุคกานต์ ตระกูลฮุน ถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ จากมาตรฐานอุตสาหกรรม สู่มาตรฐานธุรกิจระดับโลก   เริ่มต้นอย่างจริงจังมาตั้งแต่ยุคจรัส ชูโต ไปสู่เป้าหมายที่สมดุลมากขึ้น  มุมมองที่กว้างขึ้น

 

จากยุคเดนมาร์ก(2456-2517) เอสซีจีพัฒนาอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน อ้างอิงกับเทคโนโลยีของ FL Smidth มาสู่ยุคคนไทย มีความพยายามเรียนรู้มาตรฐานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น อาทิ QC, TQM     ยุคกานต์ ตระกูลฮุนเองได้สืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ้างอิงกับ Deming prize และ Dow Jones Sustainability Indexes (DJSI)

 

ในอีกด้านหนึ่ง การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของเอสซีจีที่ดูโดดเด่นและสูงกว่ามาตรฐานธุรกิจไทยทั่วไป  มาตั้งแต่ยุคเดนมาร์กตอนปลาย   เริ่มต้นการคัดเลือกคนที่มีคุณภาพได้  เพราะค่าจ้างแรงงานสูงกว่าบริษัทอื่นๆ ด้วยเทียบเคียงกับมาตรฐานชาวเดนมาร์กในยุคอาณานิคม   เมื่อมาถึงยุคจรัส ชูโต ท่ามกลางการขยายตัวทางธุรกิจ และการพัฒนามาตรฐานระบบอุตสาหกรรม   ผู้บริหารระดับสูงของเอสซีจีกลายเป็นสัญลักษณ์ของมืออาชีพรุ่นใหม่  ถายใต้ระบบการพัฒนาบุคคลกร ที่จำกัดตามหลักสูตรการบริหารทั่วๆไป และให้ความสำคัญกับผู้บริหารระดับสูงมากเป็นพิเศษ  โดยส่งไปศึกษาวิชาการด้านบริหารสมัยใหม่จากสหรัฐฯ

 

นวัตกรรมยุคกานต์ ตระกูลฮุน มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ในมิติที่กว้างและลึกอย่างน่าสนใจ

 

–โครงสร้างบุคคลกรใหม่ โดยเฉพาะกรณีสัมพันธ์กับการปรับโครงสร้างล่าสุด—ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (เมษายน 2556)  ซึ่งมีจำเป็นอย่างมาก ต้องสร้าง แสวงหาหรือฝึกใหม่ บุคคลกรของเอสซีจี ให้มีประสบการณ์โดยตรงกับผู้บริโภค   ทั้งการพัฒนาสินค้าระดับผู้บริโภคมากขึ้น  แนวทางการพัฒนาบุคลากรจึงมีเป้าหมายโฟกัส และเชื่อมไปสู่กระบวนการนวัตกรรม ว่าด้วยสินค้าและบริการ บุคลากรยุคใหม่จึงมีโปร์ไฟล์หลากหลายมากกว่าที่เคยเป็นมา พนักงานระดับต่างๆมีส่วนร่วมกับอนาคตเอสซีจีมากขึ้น ดัชนีความอยู่รอดและเติบโตของเอสซีจีจึงเชื่อมโยงกับความสามารถพนักงานระดับกลางมากขึ้นกว่าอดีต

 

บุคคลากรด้าน R&D     เชื่อว่ามีอย่างน้อย 2 ทีม ทีมหนึ่ง มีความต่อเนื่อง เชื่อมต่อ และร่วมมือเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง  อีกทีมหนึ่งให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต   โดยเฉพาะธุรกิจเคมีภัณฑ์และกระดาษ  แม้ว่าเป้าหมายยิ่งใหญ่เพื่อสร้างนวัตกรรมระดับโลกด้วยตนเอง  แต่เวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย (โปรดพิจารณาลำดับเหตุการณ์การลงทุนเพื่อสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA)   สวนใหญ่เป็นความร่วมมือ และอาศัยเทคโนโลยีของผู้ร่วมทุนต่างชาติ)  ถือเป็นเรื่องมองการณ์ไกล การสร้างทีมงาน เพื่อเรียนรู้และสะสมประสบการณ์  ในกระบวนการพัฒนา R&D ที่มีหลายมิติ  ทั้งการคัดเลือกและเรียนรู้จากผู้ร่วมทุน รวมทั้งแสวงหาโอกาสเข้าถือครองเทคโนโลยี่ระดับโลก โดยผ่านM&A   ก่อนจะไปถึงขั้นการพัฒนา R&D ของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ

 

บางเส้นทางมีเป้าหมายชัดเจน มองเห็นลู่ทางสู่ความสำเร็จ บางเส้นทางจำเป็นต้องใช้เวลา  กานต์ ตระกูลฮุนได้ ทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และวางรากฐานไว้อย่างมั่นคง

 

ในฐานะซีอีโอ  กำลังนำพาเอสซีจีก้าวขึ้นสู่ศตวรรษใหม่  ผมคิดว่ากานต์ ตระกูลฮุน สอบผ่าน

 

—————————————————————————————————-

 

การลงทุนที่สำคัญเพื่อสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA)   

2551

ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ลงทุนในโครงการผลิต Specialty Elastomers โดยร่วมทุนกับ The Dow Chemical Company แห่งสหรัฐฯ  ในสัดสวน 50:50  ด้วยเงินลงทุนทั้งหมด 4,800 ล้านบาท Specialty Elastomers เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ใช้เป็น Sealant Layer ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเป็นสารเพิ่มความตานแรงกระแทก (Impact Modification) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยใช้วัตถุดิบจาก Naphtha Cracker แหงที่ 2 ซึ่งเป็นการรวมทุน ระหว่างเอสซีจีกับ Dow Chemical ในสัดสวน 67:33  มาใช้ในการผลิต

 

2552

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง โครงการร่วมทุนผลิตและขายบ้านสำเร็จรูประบบโมดูลาร์

ร่วมทุนกับ Sekisui Chemical Co., Ltd. แห่งญี่ปุ่น ในสัดส่วน 49:51 เฟื้อการผลิตและจำหน่ายบ้านระบบโมดูลาร์ Sekisui Chemical ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ประเภท–ธุรกิจสร้างบาน (Housing Business) ธุรกิจผลิตภัณฑ์ในงานสาธารณูปโภคและสิ่งแวดลอม (Urban Infrastructure & Environmental Products) และธุรกิจพลาสติกคุณสมบัติพิเศษ (High Performance Plastics)

 

2553

ธุรกิจเคมีภัณฑ์  SCG Chemicals เข้าถือหุน 25% ในGTC ด้วยเงินลงทุนประมาณ 280 ลานบาท (ประมาณ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์มูลคาสูง GTC เป็นธุรกิจ Technology Licensing ที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีระดับสูงของธุรกิจเคมีภัณฑ์ และบริการทางวิศวกรรมในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่น สำนักงานใหญ่ตอยู่ที่ Houston, Texas มีเครือข่าย อยู่ในสหรัฐฯ เกาหลีใต้   จีน เม็กซิโก สิงคโปร์และสาธารณรัฐเช็ก

 

2555

ธุรกิจเคมีภัณฑ์  SCG Chemicalsร่วมลงทุนกับ Mitsui Chemicals Tohcello, Inc. (MCTI) ในการผลิตฟิล์มพลาสติกทีมีความแข็งแรงสูง มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,400 ล้านบาท โดย มีสัดส่วน 45:55   ฟิล์มพลาสติก LLDPE (เครื่องหมายการค้า T.U.X.) เป็นฟิล์มพลาสติกชนิดพิเศษ ซึงส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร

 

ธุรกิจกระดาษ SCG Paperบรรลุขอตกลงในสัญญารวมทุนกับ Nippon Paper Group (NPG) แห่งญี่ปุ่นในสัดส่วน 45:55ในโครงการผลิตกระดาษ Machine Glazed มูลคาลงทุนประมาณ 2,200 ลานบาท กระดาษ Machine Glazed เป็นกระดาษที่มีความมันวาวและมีความบาง 20 – 80 แกรม สวนใหญ่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมทางการแพทย์

 

2556

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ลงทุนผลิตแผ่นหินประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (MG Stone-Slabs) ด้วยมูลค่าการลงทุน 1,500 ล้านบาท   ถือเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) นับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เอสซีจีได้ค้นคว้าและพัฒนาขึ้น ้เอง

 

ธุรกิจกระดาษ SCG Paper ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Nippon Paper Industries Company Limited (NPI) แห่งญี่ปุ่น เพื่อการร่วมทุนในสายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเยื่อกระดาษและกระดาษพิมพ์เขียน (Fibrous Chain) ของ SCG Paper ในการร่วมทุน NPI จะเข้ามาถือหุ้นใน Fibrous Chainของ SCG Paper ประมาณ30% การร่วมทุนระหว่าง SCG Paper และ NPI จะก่อให้เกิดพลังแห่งความร่วมมือในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนาสินค้าใหม่ การตลาด และช่องทางการจัดจาหน่าย

 

Fibrous Chain ของ SCG Paper ประกอบด้วยธุรกิจ สวนป่า เยื่อกระดาษ และกระดาษพิมพ์เขียน NPI เป็นผู้ผลิตกระดาษรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นผู้นาด้านเทคโนโลยีและมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั่วทวีปเอเชีย ประกอบด้วยธุรกิจเยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษสาหรับงานเฉพาะ พลังงาน ชีวเคมี ฯลฯ ปัจจุบัน NPI และ SCG Paper มีโครงการร่วมทุนผลิตกระดาษ Machine Glazed ในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน คาดว่าจะเริ่มผลิตได้กลางปี 2557

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s