สังคมธุรกิจยุคใหม่(4)

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงนายกรัฐมนตรีผู้มีภูมิหลังนักธุรกิจ

 

 ในช่วงที่ 4 ความขัดแย้งระหว่างโครงสร้างเก่ากับโอกาสใหม่ (2540-2549) เกิดขึ้นในยุครัฐบาลซึ่งนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง 3คนต่อเนื่อง ในระยะต้นๆ ที่มีความสับสนอลหม่าน เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล–พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ (2539- 2540) และความพยายามแก้ปัญหาอย่างสับสนในช่วง ชวน หลีกภัย (2540- 2544)   ภาพใหม่การเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏในช่วงรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร (2544- 2549)

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย  รวมทั้งเรื่องสำคัญๆที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

โฉมหน้าใหม่ธุรกิจการเงิน

มิติแรก—ผมพยายามนำเสนอมาแล้วอย่างต่อเนื่อง ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกครั้งใหญ่ หลังยุคอาณานิคม ด้วยการเข้ามาของธนาคารระดับโลก พร้อมๆโฉมหน้าตลาดหุ้นไทย นายหน้าค้าหุ้น ผู้มีบทบาทสำคัญ ๆกลายเป็นกิจการในเครือข่ายระดับภูมิภาคและระดับโลกไปแล้ว   เป็นภาพสะท้อนว่า ธรรมชาติธุรกิจการเงินไทยธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากกว่าในอดีต ด้วยผูกพันกับมาตรฐานโลกมากขึ้น มีการแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น ภายใต้สภาพธุรกิจทีผันแปรมากขึ้น

มิติที่สอง– ธุรกิจการเงิน จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เข้าถึงลูกค้ารายย่อยมากขึ้น  ในช่วงหลายปีมานี้ มีการลงทุนซื้อเทคโนโลยี่นะดับโลกอย่างมากมาย  เพื่อสร้างบริการเข้าถึงกลุ่มลูกรายย่อย  ร่วมทั้งปรับโฉมเครือข่ายทั้งในรูปแบบสาขาและบริการทางอิเล็กทรอนิกส์  พัฒนาการและการเปลี่ยนภูมิมิสถาปัตยกรรมทางธุรกิจ  ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง

แม้ว่าทั้งสองมิติ มาจากการปรับตัวอย่างซับซ้อนในยุคชวน หลีกภัย แต่ภาพที่เป็นจริงเกิดขึ้นในยุค ทักษิณ ชินวัตร

แรงปะทะของปตท.

เช่นเดียวกับเรื่องปตท. ผมเคยนำเสนอมาแล้วชุดใหญ่ ว่าด้วยการพลิกโฉมหน้า กลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ทีสุดเท่าที่สังคมธุรกิจไทยสถาปนาขึ้น เป็นกิจการข้ามพรมแดนธุรกิจพลังงานไปอย่างมากมาย  ข้ามพรมแดนความเชื่อ ความคิดและผลประโยชน์ของผู้คนในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง  มีจุดเริ่มต้นจากการระดมเงินจากตลาดหุ้น โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี แรงปะทะที่มากระทบต่อปตท.จึงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

อิทธิพลธุรกิจสื่อสารไร้สาย

ในข้อเขียนชิ้นหนึ่ง(เรื่องของAIS ) ผมนำเสนอว่า AIS (บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส) เจ้าของเครือข่ายสื่อสารไร้สายรายแรกและรายใหญ่ทีสุดของไทย มีลูกค้ากว่า 36 ล้านเลขหมาย หรือ 44% ของจำนวนผู้ใช้บริการในประเทศไทย ถือว่าAIS มีเครือข่ายผู้ใช้บริการมากกว่าจำนวนบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ซึ่งมีไม่ถึง 20 ล้านบัตร   ทั้งนี้เท่าที่ผมจำได้ AIS มีลูกค้าทะลุ 10 ล้านเลขหมาย เมื่อเพียงประมาณ 7 ปีมานี้เอง สะท้อนว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

กิจการกอตั้งไม่ถึง 30 ปี เข้าตลาดหุ้นปี2534 สามารถก้าวเป็นธุรกิจที่เทียบเคียงกับธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเก้าแก่ที่สุดของไทย ตามที่ผมเสนอไว้ในตอนที่อ้างถึงแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นหลายปีก่อนหน้า ผมได้เคยเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเก่าแก่และมีชื่อเสียงของไทย ซึ่งกำลังเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษไว้ด้วย

“เครือซิเมนต์ไทยมีเครือข่ายบริษัทนับร้อยแห่ง แม้ยอดขายสูงถึงสองแสนล้านบาท แต่กำไร สูงกว่า AISนิดเดียว เครือซิเมนต์ไทยเปลี่ยนแปลงในแง่อิทธิพล สัญลักษณ์ความเป็นธุรกิจไทยน่าจะลดลงไป” ผมเคยบรรยายเรื่อง”เครือซิเมนต์ไทยในมุมมองของนักหนังสือพิมพ์” ต่อหน้าคนเอสซีจี ณ สำนักงานใหญ่เครือซิเมนต์ไทย เมื่อ 10 มิถุนายน   2548   ถือเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้า ดีลครั้งใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทยจะเกิดขึ้น

ดีลซื้อขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดมูลค่า 73,300ล้านบาท เกิดขึ้นเมื่อปี 2549   (อ้างจากข่าวทางการของTemasek   ปัจจุบันยังอยู่ใน NEWS RELEASES ของ Temasek   —http://www.temasek.com.sg/  ) Temasek-SCB led investor group acquires Shinawatra and Damapong Families’ stakes in Shin Corp/23 January 2006 รวมทั้งมีฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ—เทมาเส็ก-ไทยพาณิชย์และกลุ่มนักลงทุนไทยร่วมซื้อหุ้นชินคอร์ปจากชินวัตรและ ดามาพงศ์ / กรุงเทพฯ/23 มกราคม 2549 

ดีลครั้งนั้นมีความหมายกว้างอย่างน้อย สองประการ  หนึ่ง-สร้างปรากฏการณ์  เป็นปฏิกิริยาระหว่างธุรกิจและการเมืองมีต่อกันโดยตรงครั้งสำคัญ    เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีภูมิหลังเป็นนักธุรกิจ  สอง-ขณะเดียวกันให้ภาพว่า สังคมไทยเปิดโอกาสให้ คน “หน้าใหม่” สามารถสร้างความมั่งคั่งอย่างเห็นเป็นรูปธรรม มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใช้เวลาเพียง 2 ทศวรรษ

ที่สำคัญสะท้อนโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป  ว่าด้วยอิทธิพลของธุรกิจใหม่ๆ  ไม่ใช่เพียงเปรียบเทียบระหว่าง AIS กับธนาคารไทยพาณิชย์ หรือเอสซีจีเท่านั้น หากเป็นความสำคัญอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ของธุรกิจสื่อสารไร้ส่ายทั้งระบบ

ธุรกิจสื่อสารไร้สายมีลูกค้าผ่านเครือข่ายเลขหมายมากกว่า  90 ล้านเลขหมาย ไม่ใช่มีเพียง AIS เพียงรายเดียว หากมี DTACและ True Move

DTAC เป็นแบรนด์ใหม่ของเครือข่ายเก่าของ TAC (โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น) เครือข่ายสื่อสารไร้สายรายที่สองของไทย   เนื่องมาจากการเปลี่ยนโครงสร่างผู้ถือหุ้นและการบริหารครั้งสำคัญในปี 2543-2544 (ในยุคชวน หลีกภัย) โดยการเข้ามาของ Telenor Group ธุรกิจสื่อสารระดับโลกแห่งนอร์เวย์

การเข้ามาของ Telenor นอกจาก เป็นการแก้ปัญหากิจการของตระกูลธุรกิจไทยที่เผชิญวิกฤตการณ์ครั้งร้ายแรงแล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกของการเข้ามาของต่างชาติในธุรกิจสื่อสาร และอาจถือเป็นโมเดลต้นแบบที่ SingTel เข้ามาใน AIS ในอีก 5 ปีต่อมาด้วย ธุรกิจสื่อสารไร้สายไม่เพียงเป็นธุรกิจอิทธิพลใหม่

ธุรกิจสื่อสารไร้สาย ซึ่งกลายเป็นธุรกิจอิทธิพลใหม่ของสังคมไทย อยู่ภายใต้เครือข่ายของธุรกิจสื่อสารระดับโลกไปแล้ว  เป็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงเดียวกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อย่างพลิกผันของธุรกิจไทย

ส่วนTrue Move มีเรื่องราวที่แตกต่างออกไป ในฐานะอยู่ในเครือข่ายธุรกิจใหญ่ของไทย –เครือซีพี   True Move เริ่มต้นขึ้นในปี 2540 ด้วยการเข้าซื้อใบอนุญาตสื่อสารไร้สาย   ตามมาด้วยร่วมทุนกับ Orange S.A. UK ในแบรนด์Orangeในปี2544  ถือว่าเป็นรายล่าสุดที่เริมต้นธุรกิจ ขณะที่คู่แข่งได้พัฒนาตัวเองอย่างลงตัวไปแล้ว  มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งในปี2549 Orangeถอนตัวออกจาการร่วมทุนจึงเปลี่ยนชื่อเป็นTRUE MOVE

ธุรกิจสื่อสารไร้สายพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง กำลังก้าวต่อไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ  ผนึกพลังกับเทคโนโลยี่สารสนเทศอื่นๆ   ในฐานะเป็นชินส่วนหนึ่งของเครื่องมือ เครือข่ายและแรงกระตุ้น ให้การสื่อสารเชื่อมต่อกัน  เข้าถึงกันอย่างกว้างขวาง  เป็นเครื่องมือเชิงประยุกต์ในการดำรงชีวิต และการทำมาหากิน  ตอบสนองความต้องการของปัจเจกได้อย่างเสรี  และหลากหลายมากขึ้น

การเติบโตธุรกิจสื่อสารไร้สาย คือหนึ่งในปรากฏการณ์และความเป็นไป(มีอีกบางปรากฏการณ์ที่ควรกล่าวในตอนต่อไป)  เป็นกลไก ผลักดันสังคมธุรกิจยุคใหม่

“การศึกษา การเรียนรู้ใหม่ๆ และเข้าถึงกันของผู้คนในสังคมมีมากขึ้น ระหว่างชุมชนชนบท   หัวเมือง และเมืองใหญ่ เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้และทักษะเพื่อแสวงหาโอกาสมากขึ้น เท่าเทียมมากขึ้น”

ผมยังเชื่อมั่นกับแนวความคิดทำนองนี้  ที่นำเสนอมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s