อานันท์ ปันยารชุน(1)

“หากปล่อยให้ วิกฤตนี้เพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จากปัญหาทางการเมืองจะเปลี่ยนกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจแทน เพราะว่าปัจจุบันนี้ การลงทุนจากต่างประเทศไม่มีแล้ว ขณะที่การลงทุนในไทยเองก็ชะลอลง ส่วนเงินตราต่างประเทศที่จะเข้ามาทั้งจากโดยการลงทุน หรือจากการท่องเที่ยวก็ดี หากปล่อยไปอีก 3-4 เดือน รายได้ทุกตัวจะหายทั้งหมด”

อานันท์ ปันยารชุน   โพสต์ทูเดย์ 10 กุมภาพันธ์ 2557

บุรุษผู้นี้กล่าว ใครๆก็ควรฟัง  เนื่องจากเขาเป็นบุคคลอ้างอิง เพียงไม่กี่คนในสังคมที่เหลืออยู่  

ก่อนจะปุจฉาวิสัชนาเกี่ยวกับสาระในบทสนทนาข้างต้น ขอนำเสนอเรื่องราวและบริบทเกี่ยวข้องบุคคลอ้างอิงผู้นี้เสียก่อน

อานันท์ ปันยารชุน เกิดในปีที่มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองของไทย –การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร    เขาเป็นบุตรของพระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) ชาวไทยเชื้อสายมอญ ส่วนมารดาเป็นคนในตระกูลโชติกเสถียร ชาวไทยเชื้อสายจีน

“เสริญ ปัญญารชุน สืบเชื้อสายมาจากชาวมอญที่เข้ามาอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารในรัชการที่4 บิดาของเขาคือพระยาเทพประชุน ซึ่งต่อมาเป็นองคมนตรีของรัชการที่5 (อ้างจากหนังสือ อานันท์ ปันยารชุน โดย ประสาร  มฤคพิทักษ์ และคณะ 2541) เสริญ ปันยารชุน  เรียนหนังสือเก่งสอบชิงทุนหลวงได้  ไปศึกษาต่อที่อังกฤษ ในระดับมัธยมศึกษาที่ Shrewsbury School ในปี2448 ยังไม่ทันจบศึกษาจากUniversity of Manchester เขาต้องกลับมารับราชการเป็นครู โดยต่อมามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บังคับการคนที่สองของวชิราวุธวิทยาลัย เป็นผู้วางรากฐานการศึกษาโรงเรียนแห่งนี้ ตามโมเดลจากประสบการณ์ Shrewsbury School ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำชาย  ต่อมาโรงเรียนแห่งนี้ของอังกฤษได้กลายเป็นโรงเรียนที่มีความสัมพันธ์กับสังคมไทยตังแต่นั้นเป็นต้นมา”(จากหนังสือ  “หาโรงเรียนให้ลูก” วิรัตน์ แสงทองคำ  2548 )

เรื่องราวในหนังสือของผมเล่มนั้น ได้เสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เกี่ยวข้องกับบทบาทบิดาอานันท์ ปันยารชุน ไว้พอสมควร ขอบันทึกสาระไว้เพิ่มเติม

การสร้างโรงเรียนประจำชายของไทย โดยพระราชดำริของรัชการที่6 ซึ่งเป็นกษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงศึกษาในต่างประเทศนั้น เป็นโมเดลโรงเรียนประจำจากอังกฤษ บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ตามโมเดลนั้น คือ เสริญ ปันยารชุน

เอกสารของ Shrewsbury School ซึ่งส่วนหนึ่งทำเป็นภาษาไทย (ใช้ในงานการศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ จัดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปีในเมืองไทย) บรรยายถึงความสัมพันธ์เมื่อประมาณ100ปีกับวชิราวุธวิทยาลัยไว้ด้วย “เสริญ ปันยารชุน (2433-2517) เป็น ผู้สร้างความสัมพันธ์สำคัญ ซึ่งทางโรงเรียนได้บันทึกไว้ เป็นประวัติครั้งแรกระหว่างโรงเรียนชรูสส์เบอรี่กับประเทศไทย และสำนักพระราชวัง”

เนื้อหาอีกบางส่วนในเอกสารชิ้นนี้ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์เป็นพิเศษ ระหว่าง Shrewsbury School กับเครือญาติของเสริญ ในรุ่นต่อๆมาด้วย  หม่อมหลวงพีรพงศ์ เกษมศรี นักการทูตคนสำคัญ ซึ่งเป็นหลานเสริญ(มารดาของเขาเป็นบุตรีคนหนึ่งของเสริญ) ก็เข้าเรียนโรงเรียนแห่งนี้ เป็นคนที่2ในปี2492-2497 ต่อมาหม่อมหลวงพีรพงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นราชเลขาธิการ  และ เสียชีวิต เมื่อปี2543  อีกคน กฤช ปันยารชุน เป็นรุ่นต่อมา  เข้าศึกษาในโรงเรียนนี้ ในปี2508-2512

ขณะที่สายทางมารดาของเขามีเชื้อสายเชื่อมโยงกับต้นตระกูลที่มาจาก“นายอากร” ตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่3  ในฐานะต้นตระกูลโชติกเสถียร  มีหน้าที่จัดเก็บภาษีฝิ่นเป็นการเฉพาะ   ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น”พระยาโชฎึกราชเศรษฐี” (อ้างจากหนังสือCapital Accumulation in Thailand 1855-1985,  Suehiro  Akira  1996)   ต่อจากนั้นมีบุคคลสำคัญอีกผู้หนึ่งที่ควรกล่าวถึง —รองสนิท โชติกเสถียร   มีตำแหน่งเป็นต้นห้องรัชกาลที่ 7–พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว    เป็นผู้ติดตามเสด็จยุโรปตลอดช่วงสละราชสมบัติ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  จนรัชกาลที่7สิ้นพระชนม์( อ้างจากหนังสือ”ชีวิตเหมือนฝัน” มณี สิริวรสาร)  ต่อมารองสนิท โชติกเสถียร  คือผู้ก่อตั้งบริษัทอาคเนย์ประกันภัย โดยผู้ที่ถือกรมธรรม์ฉบับแรก คือสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีในรัชกาลที่ 7

อานันท์ ปันยารชุน เข้าสู่วัยเรียน ในช่วงสังคมไทยอยู่ในภาวะยุ่งยาก จากสงครามโลกครั้งที่สอง  เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดไม่นาน บิดามารดาจึงตัดสินใจส่งเขาไปศึกษาต่างประเทศ   ช่วงเวลา 7 ปีที่อยู่ต่างประเทศ สังคมไทยอยู่ช่วงปลายความขัดแย้งรุนแรงระหว่างขั้วการเมือง กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่จากอิทธิลพสหรัฐฯ เริ่มจากสงครามเกาหลี เข้าสู่ยุคเริ่มต้นสงครามเวียดนาม

หนังสือท่องเที่ยว Knopf Guide: Thailand(Knopf Guide  -หนังสือคู่มือการท่องเที่ยว ฉบับว่าด้วยประเทศไทย เสนอภาพสังคมไทยได้ในแง่มุมที่ทำให้ “รู้จัก”ในหลายมิติอย่างน่าทึ่ง ผมคิดว่าควรเป็นหนังสือประกอบการเรียนในโรงเรียน หรือแม้แต้มหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ) กล่าวถึงสังคมไทยในช่วงเวลานั้นว่า เป็นช่วง Power struggle “ระบบการปกครองไม่มั่นคงที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ มาจากความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง และกินเวลายาวนาน”   ต่อด้วยThe Pacific war  เมื่อสงครามโลกสิ้นสุด  เมืองไทยก็เข้าสู่ The New King  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหัวเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2490

อานันท์ ปันยารชุน  เดินทางไปศึกษาระดับมัธยมที่อังกฤษ เรียนที่Dulwich Collegeในปี2491 ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอีกแห่งหนึ่งของชนชั้นนำของไทย ตามคำแนะนำ ของพระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) ซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ในฐานะเป็นเพื่อนกับบิดาของเขา

พระยาศรีวิสารวาจา เป็นอาสมหมาย ฮุนตระกูล เป็นนักเรียนไทยที่มีชื่อเสียงมาก ในฐานะคนไทยคนแรกที่จบการศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยมจากOxford University  กลับมาเมืองไทยในช่วงรัชการที่7  พระยาศรีวิสารวาจา มีบทบาทในกิจการต่างประเทศและการเมืองเป็นอันมาก เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 2475 พระยาศรีวิสารวาจาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการราษฏร และเมื่อมีการตั้งรัฐบาลชุดแรกที่พระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรี  พระยาศรีวิสารวาจาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  อยู่ในติดต่อจนถึงรัฐบาลชุดที่ 3 แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองในรัฐบาลที่มีควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงสั้นหลายช่วง มีช่วงหนึ่ง(2489) พระยาศรีวิสารวาจา ได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

การส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะที่สหราชอาณาจักร เริ่มต้นอย่างเป็นขบวนในรัชกาลที่ 5   ถือเป็นการเตรียมบุคคลกรสำหรับโลกยุคใหม่ในยุคนั้นที่มีภัยคุกคามจากระบบอาณานิคม จากนั้นพัฒนาต่อเนื่องเป็นสูตรสำเร็จการสร้างบุคคลกร สนับสนุนระบบราชการ อีกแง่หนึ่งสำหรับปัจเจก ถือเป็นสูตรสำเร็จการสร้างชนชั้นนำ   ความพยามส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ ขยายฐานมากขึ้นในเวลาต่อมา จากราชสำนัก  สู่แวดวงผู้มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ

สำหรับ DulwichCollege แล้ว มีความภาคภูมิใจในศิษย์เก่าคนนี้ –อานันท์ ปันยารชุน มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบศิษย์เก่าดีเด่น (Eminent Old Alleynians) เมื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรีไทย   ผลงานสำคัญอย่างหนึ่ง ประหนึ่งสืบทอดภารกิจเกี่ยวกับการศึกษาต่อจากบิดา นั้นคือ การเปิดเสรีธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย     ทั้ง ShrewsburySchool และ DulwichCollege   ตัดสินใจเข้ามาเปิดโรงเรียนในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ทั้งที่เป็นประเทศที่ไม่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s