อานันท์ ปันยารชุน(3)

อานันท์ ปันยารชุน ผสมผสานประสบการณ์ด้านการทูตกับธุรกิจ บทบาทจึงกว้างขึ้น

อานันท์ ปันยารชุน  เข้าดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการสหยูเนียนในปี 2522 และใช้เวลานานทีเดียว กว่าได้ก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการ (ปี2534)

บริษัทสหยูเนียนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ   ก่อตั้งขึ้นโดยดำริห์ ดารกานนท์  ผู้มีประสบการณ์ธุรกิจในฐานะ “หลงจู๊”ของสหพัฒน์พิบูลย์ และในฐานะน้องภรรยา เทียม โชควัฒนา “ความแตกต่างระหว่างดำหริกับเทียมก็คือ ดำหริจะมีความไฝฝันเป็น “นักอุตสาหกรรม” ยิ่งกว่าเป็น”นักการค้า”แบบเทียม เพราะเชื่อว่าเส้นทางอุตสาหกรรม จะไปได้ไกลกว่า กอปรกับครอบครัวของดำหริมีฐานะดี จึงมีทุนรอน ที่จะไปเริ่มธุรกิจใหม่ได้เลย   ในที่สุดดำหริจึงไปร่วมทุนกับบริษัทวายเคเคแห่งญี่ปุ่น” (จากหนังสือ “Untold story ประธานเครือสหพัฒน์ บุณยสิทธิ โชควัฒนา” โดย สมใจ วิริยะบัณฑิตกุล)

เท่าที่ทราบ การร่วมทุนกับ  YKK  แห่งญี่ปุ่น มีสำนักงานทรัพย์สินฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมถือหุ้นด้วย

“ปี 2504 ดำริห์ตั้งโรงงานผลิตซิปยี่ห้อวายเคเค ซึ่งเป็นการผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้า จากการเรียนรู้เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ผลิตสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าญี่ปุ่น ดำริห์เริ่มพัฒนาใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น ผลิตสินค้ายี่ห้อใหม่เป็นความพยายามสร้าง GOODWILL ของตนเอง เป็นเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายการค้า “วีนัส-venus”

ในปี 2515 สหยูเนี่ยนจึงตั้งบริษัท Holding Company ขึ้นมาถือหุ้นบริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่นเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับญี่ปุ่น เป้าหมายมิใช่อยู่ที่อำนาจบริหารเท่านั้นที่สำคัญอยู่ที่ อำนาจในการเรียนรู้และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น” ผมเองเคยเขียนถึงสหยูเนียนไว้เช่นกัน (การเรียนรู้ของสหยูเนี่ยน การเรียนรู้ของนักอุตสาหกรรมไทย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6-12 มีนาคม 2532)

สหยูเนียนเข้าตลาดหุ้นในปี2518 ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่อำนวย วีรวรรณ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่ลาออกจากราชการตั้งแต่วัยหนุ่ม เข้ามาเป็นประธานกรรมการ   เมื่ออานันท์ ปันยารชุน ออกจากราชการในเวลาต่อมา เขาจึงอยู่ในตำแหน่งรองจากอำนวย

ปัจจุบัน สหยูเนียนยังดำเนินไปได้ด้วยดี  ภายใต้การบริหารโดยคนรุ่นที่สอง“เป็นบริษัทแกนนำของกลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน โดยกลุ่มบริษัทแบ่งการดำเนินธุรกิจ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ (1) ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต : สิ่งทอและอุปกรณ์ตัดเย็บ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ยางและโลหะ (2) ธุรกิจคอมพิวเตอร์ (3) ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอุตสาหกรรมเคมี ในประเทศไทยและจีน (4) ธุรกิจการลงทุนและอื่นๆ”ข้อมูลจากข้อสนเทศตลาดหลักทรัพย์

ในช่วงเวลาที่อานันท์ เริ่มต้นทำงานกับสหยูเนียน ถือว่าเป็นที่ช่วงทีดีช่วงหนึ่งของกิจการ

“สหยูเนี่ยนได้เรียนรู้ความเสียเปรียบของตนเองในการใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น ดังนั้นจึงพยายามหาทางพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง…ได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาและซื้อหุ้นคืนจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องบังเอิญที่ขณะนั้นไทยอยู่ท่ามกลางสงครามเวียดนามญี่ปุ่นไม่มั่นใจสถานการณ์จึงยอมโดยง่าย จากนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องหมายการค้า “วีนัส-venus” ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเองของกลุ่มสหยูเนี่ยน   

การทำลายพันธนาการของญี่ปุ่นเปิดทางให้สินค้าหลายชนิดของสหยูเนี่ยนส่งออกไปต่างประเทศ เริ่มใกล้ ๆ จากฮ่องกง โดยได้ตั้งบริษัทนำเข้าส่งออกขึ้น นั่นเป็นกิจการในต่างประเทศแห่งแรก  การออกเผชิญโลกภายนอกทำให้สหยูเนี่ยนสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ผลิตสินค้าใน ต่างประเทศมากขึ้น

การตั้งบริษัทหรือสาขาในสหรัฐฯ ทำให้สหยูเนี่ยนได้เรียนรู้สภาพตลาดที่กว้างขวางและมีศักยภาพอย่างสูงในเวลาเดียวกันได้สร้างโอกาสในการตั้งโรงงานปั่นด้ายแห่งแรกขึ้นในย่านใจกลางของตลาดสหรัฐฯ แม้สหยูเนี่ยนจะเคยมีประสบการณ์ในการตั้งโรงงานปั่นด้ายขนาดเล็กมาแล้วในฮ่องกง แต่สำหรับที่เมืองแอตแลนต้า ในจอร์เจียนั้นมีความหมายยิ่งใหญ่กว่ามากทั้งของสหยูเนี่ยนเองและอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย   โรงงานแห่งนี้ลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท จากการซื้อโรงงานปั่นด้ายเก่าในราคาค่อนข้างถูก เมื่อปี 2531 เป็นโรงงานปั่นด้ายของคนไทยแห่งแรกในสหรัฐฯและในย่านตลาดสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ (จอร์เจีย) และห่างจากย่านโรงงาน แหล่งผลิตและแหล่งวัตถุดิบในมลรัฐคาโรไลน่าเพียง 3-4 ชั่วโมงของระยะเวลาการเดินทางโดยรถยนต์           

ผู้บริหารของสหยูเนี่ยนมีเหตุผลง่าย ๆ ทลายกำแพงโควตาสิ่งทอของสหรัฐฯ และเบื้องต้นรักษาส่วนแบ่งตลาด โดยเข้าไปฝังตัวอยู่ในสหรัฐฯเลย”ข้อเขียนอีกบางตอนของผม เล่าเรืองสหยูเนียนในช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาก่อนที่อานันท์ ปันยารชุน จะขึ้นเป็นประธานบริษัท

จากนั้น บทบาทของอานันท์ ปันยารชุนกว้างขึ้นอีก  มีส่วนร่วมในภาคอุตสาหกรรมระดับกว้าง–อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมไทย  ขณะนั้นยังไม่ได้ยกระดับเป็นสภาอุตสาหกรรม(2523)  ประธาน ASEAN TASK FORCE (2525-2526) เป็นจุดเริ่มต้นความพยายามผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรมในอาเซียน เมื่อก่อตั้งสภาอุตสาหกรรมขึ้น  เขาก็ได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานสภาฯ

ที่สำคัญ เขาได้มีบทบาทก้าวข้ามจากกิจการอุตสาหกรรมไปสู่ธนาคารแล้ว โดยเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ครั้งแรก(2527) ในเวลานั้นเป็นช่วงธนาคารกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด  เป็นเวลาเดียวกันที่ธารินทร์ นิมมาเหมินทร์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่(2527-2535)  แต่ในเวลานั้นไม่ใคร่มีใครสนใจบทบาทอานันท์ ปันยารชุนที่ธนาคารไทยพาณิชย์นัก

ในปี 2534  อานันท์ ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   สหยูเนียนยังได้ชื่อว่าเป็นสำนักงานธุรกิจแห่งแรกที่เป็นที่ประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี    แม้อยู่ในตำแหน่งไม่นาน เขาได้ปรับโครงสร้างระบบการบริหารรัฐไว้มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ธุรกิจ ถือเป็นผลงานอ้างอิง ผู้คนกล่าวถึงในเชิงบวกมาจนทุกวันนี้ แต่มีบางกรณีที่ไม่ใคร่มีใครกล่าวถึงเช่นกัน

โดยเฉพาะกรณีการเกิดขึ้นของทีวีเสรี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในยุครัฐบาลอานันท์  ปันยารชุน   เชื่อมโยงมาสู่การก่อเกิดกลุ่มสยามทีวีที่มี่ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

สยามทีวีฯเกิดขึ้นในต้นปี 2537  เพื่อเข้าประมูลและได้บริหารกิจการทีวีเสรีในระบบUHFโดยมีบริษัทสหศินิมา ของสำนักงานทรัพย์สินฯ  ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาติ ถือหุ้น  ที่มาและแรงบันดาลใจเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ ก่อนหน้านั้น  “อิทธิพลของข้อมูลข่าวสารและระบบสื่อสารที่มีพลังอย่างยิ่งในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี2535 ได้สร้างแรงบันดาลใจต่อนักวางแผนธุรกิจใหญ่อย่างมาก   โดยเฉพาะการเติบโตอย่างน่าเกรงขามของกลุ่มธุรกิจสื่อสารใหม่ๆ ในสังคมไทย กลายเป็นอำนาจต่อรองที่ไม่อาจมองข้ามได้ อิทธิพลของกลุ่มใหม่เหล่านี้ ส่งผลสะเทือนต่อกลุ่มอิทธิพลธุรกิจเก่าโดยตรงผมเคยวิเคราะห์ไว้( ธนาคารไทยพาณิชย์ (3)ความผันแปรที่สยามทีวี   ตุลาคม 2541  )

เมื่อเขาพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้กลับเข้ามาเป็นกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์อีกครั้ง(ตั้งแต่ปี 2535) ในช่วงเวลาการเกิดและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยิ่งใหญ่ของสยามทีวีนั้น เชื่อว่า อานันท์ ปันยารชุน ก็ควรได้รับรู้   จากนั้นความผันแปรอย่างรวดเร็วของกลุ่มสยามทีวีและไอทีวีในช่วงหลังวิกฤติการณ์ปี2540  ซึ่งถือเป็นภาระอันหนักอึ้งของธนาคารไทยพาณิชย์

ไม่นานภาพลักษณ์ของอานันท์ ปันยารชุนที่เคยผูกกับสหยูเนียนได้คลายตัว   ความสนใจจึงมาอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการยาวนานถึง 22 ปี ก่อนก้าวขึ้นเป็นนายกกรรมการในปี 2550

“ตลอดระยะเวลา 22 ปี อานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางดำเนินงานของธนาคารไทยพาณิชย์ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการนำพาธนาคารผ่านวิกฤติเศรษฐกิจในหลายยุค”ถ้อยแถลงสำคัญของธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งที่ประกาศแต่งตั้งนากยกกรรมการคนใหม่ แทน จิรายุ อิศรางกูร   ณ อยุธยา (มีนาคม 2550)

เขายังดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงทุกวันนี้

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s