ตัน ภาสกรนที (3)ทางแยก

ยุคอิชิตัน มีแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นสูงกว่ายุคก่อนอย่างมาก  เพียงไม่ถึงเดือนที่นำกิจการเข้าตลาดหุ้น   ตัน ภาสกรนที ได้กระโดดข้ามชอร์ตไปอีก

 

21 เมษายน 2557 อิชิตัน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และทำการซื้อขายหุ้นเป็นวันแรก

14 พฤษภาคม 2557   อิชิตัน ตกลงซื้อสิทธิ์เครื่องหมายการค้า และสูตรในการผลิตเครื่องดื่ม Bailey’s   รวมทั้งลงทุนในที่ดิน อาคารเครื่องจักรในการผลิต รวมเป็นเงินทั้งหมด 1780 ล้านบาท

ตัน ภาสกรนทีในช่วงทศวรรษที่แล้วกับปัจจุบัน   มีความเป็น “ตัวตน”ที่แตกต่างกันอย่างมาก จะด้วยตั้งใจหรือไม่ เชื่อว่าเขามีเจริญ สิริวัฒนภักดี  เป็นบุคคลอ้างอิง

“ธุรกิจของตัน มีความสัมพันธ์กับฐานผู้บริโภคระดับกว้าง ซึ่งมีความผันแปร ว่าด้วยรสนิยม วิถีชีวิต และสื่อ ในอีกด้านหนึ่งเป็นธุรกิจเปิด ใครๆ ก็เข้ามาได้ และสามารถเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว  ความได้เปรียบทางธุรกิจในฐานะผู้มาก่อนมีอายุสั้นมาก ที่สำคัญความสามารถ สัญชาติญาณของเขายากที่จะส่งต่อให้คนอื่นๆ   คุณค่าธุรกิจโออิชิอยู่ที่สัญชาติญาณของตัน    นับวันคุณค่าจะค่อยๆ ลดลง และมีความเสี่ยงมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้น หากเขากระจายความเสี่ยง  เขาย่อมจะมีเวลามากขึ้น ในการสะสมความมั่นคง ณ ที่อยู่บนยอดคลื่นไว้” ผมเคยวิเคราะห์แรงจูงใจของตัน ภาสกรนที ในช่วงขายหุ้นใหญ่โออิชิ ให้เจริญ สิริวัฒนภักดี  (ตัน กับ เจริญ   2549)

“เจริญ สิริวัฒนภักดี  รู้มานานแล้วว่า “คุณค่าธุรกิจ” ที่มาจากระบบอุปถัมภ์และสัมปทานไม่คงทน เพราะตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าที่ใครๆ คิด และที่สำคัญมันไม่ใช่สินทรัพย์ที่ส่งต่อให้ทายาทได้  เป็นที่เข้าใจกันว่า ฐานธุรกิจสำคัญที่สุดของเขา  คือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์   เจริญและทีมผู้บริหารมืออาชีพผู้ปราดเปรื่องของเขาคงพิเคราะห์แล้วว่า คุณค่าของธุรกิจที่สำคัญ  อยู่ที่ความสามารถการบริหารเครือข่ายการตลาด  หากเขามีสินค้าที่มีฐานแข็งแรง เข้าเสียบอย่างเหมาะเจาะ  ย่อมจะสร้างฐานและขยายธุรกิจที่มั่นคงต่อไป   ที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถเดินทางข้ามผ่านจากธุรกิจเก่าไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีอนาคตมากขึ้น”ข้อเขียนชิ้นนั้นได้วิเคราะห์แรงจูงใจของเจริญด้วย

ตัน ภาสกรนที จากนักธุรกิจโนเนมคนหนึ่ง ใช้จังหวะสั้นมากๆกับ “ความมหัศจรรย์กระแสชาเขียว”  ก้าวขึ้นเป็นผู้รำรวยใหม่อย่างรวดเร็ว   ว่าไปแล้วในเวลานั้น เทียบไม่ได้กับเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเครือข่ายธุรกิจยิ่งใหญ่ ดังนั้น เมื่อตัน สามารถเข้าไปอยู่ในเครือข่ายเจริญได้ ย่อมถือเป้นความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง

ผมเชื่ออีกเช่นกันว่า  วันนี้ ตัน  ภาสกรนที ก็ยังคงอ้างอิงเจริญ สิริวัฒนภักดีอยู่ แต่ในมิติที่แตกต่างกันอย่างมาก

โดยเฉพาะกรณีอิชิตัน พยายามก้าวเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มที่ออกจาก “ชาเขียว”

—อิชิตันซื้อสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า”ไบเล่”(BIRELEY) พร้อมสูตรการผลิต จากSunny Herb International Beverage ด้วยมูลค่า 240 ล้านบาท ข้อตกลงการซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้า พร้อมสูตรการผลิตครอบคลุม 16ประเทศ ได้แก่ไทย กัมพูชา เกาหลีใต้ แคนาดา พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ฮ่องกง บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม

BIRELEY เป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมาช้านาน “บริษัท ไบเล่คาลีฟอร์เนียโอเร้นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2491 โดย มิสเตอร์ วิลเลียม จาร์ดีน หลานชายของ มิสเตอร์บี ไบเล่     ไบเล่ฯ เป็นสาขาในต่างประเทศสาขาแรกของ Bireley’s California Orange ประเทศสหรัฐอเมริกา โรงงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่ถนนมหาชัย กรุงเทพฯ ต่อมาในปี 2511http://www.bireleythailand.com/)  แม้เป็นแบรนด์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯมาตั้งแต่ปี 2481 เท่าที่ทราบในปัจจุบัน มีตำแหน่งทางการตลาดเฉพาะในเมืองไทยและญี่ปุ่น( ผู้ถือสิทธ์ในญี่ปุ่นคือ Asahi Group ซึ่งถือว่านอกเหนือการซื้อสิทธิ์ครั้งนี้)

–อิชิตันเข้าลงทุนซื้อที่ดิน 75 ไร่ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ พร้อมลงทุนก่อสร้างอาคารและระบบเครื่องจักรภายในรวมประมาณ 1300ล้านบาท

“เป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับอิชิตัน ไปยังตลาดน้ำผลไม้ ที่เน้นความสดชื่นซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ เหมาะกับผู้บริโภคได้ทุกวัย และยังออกแนวสุขภาพ” นี่คือความมุ่งหวังของอิชิตัน จากถ้อยแถลงพื้นๆที่มีต่อนักลงทุนและสาธารณชน

การลงทุนทางทางธุรกิจเกือบ 2000ล้านบาท ย่อมถือเป็นแผนการเดินหน้าครั้งใหญ่   ผู้เกี่ยวข้องมีมุมมองและความคาดหวังที่แตกต่างกันออกไป สะท้อนผ่านราคาหุ้นอิชิตัน ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับใหม่ จาก 16-20 บาท ในเข้าตลาดหุ้นช่วงแรกๆ ขึ้นสูระดับใหม่ 23-27 บาท หลังดีลข้างต้น ตั้งแต่ช่วงก่อการรัฐประหารจนถึงปัจจุบัน    ขณะที่ในนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางราย ยังแสดงข้อกังวลกับดีลข้างต้น

ผมเชื่อว่าแผนการใหม่ของตัน ภาสกรนที มีอีกหลายมิติ  ว่าด้วยบทเรียนและแรงบันดาลใจ

มิติแรก   ตันกับอิชิตัน เป็นผู้สร้างตำนานภาคใหม่   ผ่านจากยุค “ความมหัศจรรย์ชาเขียว”ในยุคบุกเบิก ช่วงปี2546-7 มาสู่ยุคใหม่ การสร้างแบรนด์ใหม่ ภายใต้ตลาดเครื่องดื่มชาเขียวที่มีการแข่งขันสูง มี่คู้แข่งรายใหญ่ๆรวมอยู่ด้วย การสร้างแบรนด์ครั้งใหม่ เป็นส่วนผสมระหว่างสินค้ากับตัวบุคคล–ตัน ภาสกรนที ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ทางธุรกิจ ที่เกิดและคงอยู่มาเกือบทศวรรษแล้ว ที่สำคัญแบรนด์ใหม่—อิชิตัน ใช้เวลาไม่กี่ปี สามารถเอาชนะแบรนด์เก่า—โออิชิ ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายเจริญ สิริวันภักดีได้

มิติที่สอง   เป็นไปได้ว่า ตัน  จับตาความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องดื่มของเจริญ  สิริวัฒนภักดี  โดยเฉพาะความพยายามเดินออกจากเส้นทางเดิม จากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์สู่เครื่องดื่มไม่มี แอลกอฮอล์  ตั้งแต่กรณีซื้อกิจการบริษัทเสริมสุข  ไปจนถึงกรณี เข่าซื้อกิจการใหญ่ในสิงคโปร์  เมื่อปี2555

การเข้าครอบงำ Fraser and Neave ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ถือเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่ ครึกโครม มีมูลค่าเกือบหนึ่งแสนล้านบาท เมื่อพิจารณาอย่างเจาะจง พบว่า นอกจากสินค้าและแบรนด์ของF&N Food’s ในเครือ Fraser and Neave มีสินค้าที่น่าสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่หลากหลาย รวมทั้งน้ำผลไม้

อาจเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจที่ว่าด้วยเรื่อง Diversificationอย่างน่าสนใจ

อีกมิติหนึ่งกรณี  Fraser and Neave   มองได้แง่หนึ่ง เจริญ สิริวัฒนภักดี กำลังก้าวเข้าสู่เกมใหม่ ทีมองกว้างกว่าประเทศไทย   แม้ว่า กรณี BIRELEY จะเทียบกันกับกรณี Fraser and Neave   ไม่ได้ แต่ ตัน ภาสกรนที ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงแผนการในอนาคตของดีลดังกล่าว ไปในทิศทางเดียวกัน แม้ผู้คนจะมองว่า ยังห่างชั้นกันมากก็ตาม

ที่แน่ๆในวันนี้หลายคนเชื่อ ว่า  ตัน ภาสกรนที เดินตามเงา เจริญ สิริวัฒนภักดีไม่ห่างนักแล้ว อย่างน้อยใน  Thailand‘s 50 Richest 2014 จัดโดยนิตยสาร Forbes แห่งสหรัฐฯ ออกเผยแพร่ล่าสุด (Forbes Asia  June 16, 2014) ปรากฏชื่อ ตัน ภาสกรนที เข้าสู่ทำเนียบเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้ร่ำรวยอันดับที่ 34ของไทย ในขณะที่ เจริญ สิริวัฒนภักดี ยึดตำแหน่งต้นๆ ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว (ปีนี้อยู่ในอันดับ3 เท่ากับปีที่แล้ว)

ผมไม่ได้สนใจเรื่องข้างต้นนัก หากสนใจติดตามความเป็นไปของบุรุษวัย 55 ปี เชื่อกันว่าเขาควรศึกษาบทเรียนด้านลบ ของเจริญ สิริวัฒนภักดี ด้วย  

โดยเฉพาะบทเรียนโออิชิ   จากปรากฏการณ์  “เสียสมดุล”ระหว่างการขยายสินค้าใหม่ กับการรักษาผู้นำตลาดสินค้าเดิม

 

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s